NanoSoftTech
 
*
Welcome, Guest. Please login or register. September 07, 2010, 12:32:57 pm


Login with username, password and session length


  Print  

Author Topic: “มอหินขาว” ชัยภูมิ...สโตนเฮนจ์ เมืองไทย  (Read 1947 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline NanoSoftTech

  • NanoSoftTech
  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • Posts: 1,228
  • Karma: 0
    • NanoSoftTech
“มอหินขาว” ชัยภูมิ...สโตนเฮนจ์ เมืองไทย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์24 มกราคม 2549 18:42 น.
หินรูปร่างประหลาดขนาดใหญ่ในบริเวณดงหิน
     “สโตนเฮนจ์” ทุ่งหินประหลาดขนาดยักษ์ ในประเทศอังกฤษ(ห่างจากกรุงลอนดอนไปประมาณ 90 กม.) นับเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง ซึ่งมีลักษณะเป็นทุ่งหินประหลาดขนาดยักษ์ 112 ก้อน ตั้งเรียงรายท่ามกลางท้องทุ่ง โดยมีกลุ่มหินลักษณะต่างๆทั้งตั้ง ทั้งนอน ให้จินตนาการมากมาย ที่ ณ วันนี้ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้สร้าง “สโตนเฮนจ์” ระหว่างธรรมชาติ หรือมนุษย์ หรือมนุษย์ต่างดาว
    
     สำหรับที่เมืองไทย ในจังหวัดชัยภูมิที่ บ้านวังคำแคน ต.ท่าหินโงม อ.เมือง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูแลนคาก็มีทุ่งหินประหลาดขนาดยักษ์ท่ามกลางท้องทุ่งมากมายหลายก้อนตั้งโดดเด่นอยู่
    

     หลายๆคนยกให้ทุ่งหินยักษ์นี้เป็น“สโตนเฮนจ์เมืองไทย” ในขณะที่ชาวบ้านแถวนั้นเรียกขานทุ่งหินขนาดยักษ์ว่า “มอหินขาว”
    
     “มอหินขาว” ชื่อนี้มีที่มา
    
     “เดิมพื้นที่แถวนี้เป็นป่า ต่อมาได้มีคนมาบุกเบิกทำไร่ และก็เห็นมีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ทั่วไปแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ที่ไร่มันสำปะหลัง(ในสมัยนั้น)ของลุงก็มีก้อนหินใหญ่ขึ้นทั่วไป แต่ที่ลุงเห็นว่าแปลกประหลาดมากก็คือก้อนหินใหญ่ 5 ก้อน ที่ในทุกคืนวันพระ(15 ค่ำ, 8 ค่ำ) จะมีแสงสีขาวส่องขึ้นมา คนเฒ่าคนแก่สมัยนั้นเลยเรียกที่นี่ว่ามอหินขาว”
เสาหิน 5 ต้นที่ชาวบ้านบอกว่าทุกวันพระจะเห็นแสงสีขาวส่องขึ้นมาบริเวณนี้
     ลุงรันทม สูนสันเที๊ยะ คนเก่าแก่ของพื้นที่เล่าที่มาของชื่อมอหินขาวให้ฟัง ในขณะที่เจริญ เจสันเที๊ยะ ผู้ใหญ่บ้านวังคำแคนคนปัจจุบัน ผู้บุกเบิกทำมอหินขาวเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็เล่าทำนองเดียวกันกับลุงรันทมโดยสมทบว่าหลังฝนตกทุกครั้งก้อนหินที่นี่จะมีสะท้อนแสงเป็นสีขาวมองเห็นไปไกล
    
     “ตอนนั้นยังเป็นไร่ของชาวบ้านอยู่ แต่ว่าช่วงประมาณ ปี 40 เริ่มมีคนขับรถขึ้นมาชมก้อนหิน ตอนแรกก็ยังงงอยู่ว่าเขามาทำอะไร แต่พอรู้ว่าเขามาเที่ยวดูก้อนหินก็เลยคิดว่าน่าจะพัฒนาพื้นที่มอหินขาวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะก้อนที่นี่มีขนาดใหญ่ มีรูปร่างแปลกประหลาดเมื่อมองแล้วสามารถจินตนาการเป็นได้หลายอย่าง”
    
     หลังจากนั้นในปี 2544 ผู้ใหญ่เจริญและชาวบ้านในพื้นที่ก็ได้ร่วมมือกับโรงเรียนสตรีชัยภูมิทำการสำรวจพื้นที่ ก่อนยื่นเรื่อง ต่อป่าไม้จังหวัดชัยภูมิและทางอำเภอ
    
     ต่อมาปี 2545 สุรพล สายพันธ์ นายอำเภอเมืองได้พากรมทรัพยากรธรณีมาสำรวจ ซึ่งก็มีความเห็นว่า พื้นที่มอหินขาวสมควรส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะโดดเด่นไปด้วยก้อนหิน เสาหิน รูปร่างแปลกตาขนาดใหญ่ ซึ่งหาดูได้ยากมากในประเทศไทย
    
     และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาพื้นที่มอหินขาวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดชัยภูมิ
เสาหินยักษ์ 22 คนโอบ
     มอหินขาว สโตนเฮนจ์ เมืองไทย
    

     “เสาหินและแท่งหินที่มอหินขาวส่วนใหญ่เป็นหินทรายสีขาว นอกจากนี้ก็ยังมี หินทรายแป้ง หินโคลน หินทรายสีม่วง ซึ่งสันนิษฐานว่าก้อนหินขนาดยักษ์เหล่านี้มีอายุประมาณ 175-195 ล้านปีและเกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทรายแป้งและดินเหนียว”
    
     วันชัย อัครทวีทอง เจ้าหน้าที่บริหารงานป่าไม้ 7 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 ผู้ประสานงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศมอหินขาวเล่าลักษณะทางธรณีของก้อนหินในมอหินขาว ก่อนที่จะอธิบายถึงลักษณะการเกิดก้อนหินยักษ์ว่า
    
     “เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลก ทำให้ชั้นหินเกิดการโค้งงอและแตกหักเมื่อผสมกับการกัดเซาะของน้ำฝนและการไหลของน้ำตามผิวดิน ลานหินที่นี่จึงค่อยเปลี่ยนลักษณะเป็นเสาหินและแท่งหินอย่างที่เห็นในปัจจุบัน”
อาทิตย์อัสดง ณ จุดชมวิวผากล้วยไม้
     สำหรับความโดดเด่นของสภาพพื้นที่ท่องเที่ยวมอหินขาวนั้นมีลักษณะเป็นเนินเขาเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ซึ่งในพื้นที่มอหินขาวมีจุดเด่นชวนเที่ยวแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ประกอบด้วย
    
     กลุ่มแรกเสาหิน 5 ต้น ซึ่งมีไฮไลท์อยู่ที่เสาหินขนาดยักษ์ 5 ต้น ที่มีความสูงจากผิวดินประมาณ 12 เมตร โดยเสาแต่ละต้นมีขนาดใหญ่รูปร่างแตกต่างกันออกไป เสาต้นที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดถึง 22 คนโอบ ในขณะที่เสาหินบางต้นมีชาวบ้านนำพระพุทธรูปไปประดิษฐานไว้ที่ด้านล่างเพื่อให้ผู้ที่ผ่านไป-มาสักการะบูชา
    
     กลุ่มหินชุดต่อมามีชื่อว่า “ดงหิน” เพราะบริเวณนั้นโดดเด่นไปด้วยก้อนหินขนาดยักษ์รูปทรงต่างๆให้ผู้พบเห็นจินตนาการตาม อาทิ พอเอนปิซ่า กระดองเต่า เจดีย์ กระโจม ศีรษะคน ขึ้นกระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าและต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นแซม โดยดงหินบางชุดเมื่อขึ้นไปยืนแล้วมองย้อนออกไปทางไหล่นอกจากจะเห็นกลุ่มหินรูปร่างแปลกตา ยังมองเห็นทิวทัศน์อันเวิ้งว้างของขุนเขาและหมู่บ้านด้านล่าง ซึ่งถือว่านี่คือหนึ่งในจุดชมวิวที่น่าสนใจไม่น้อย
    
     กลุ่มหินชุดที่ 3 มีลักษณะเป็นลานหินขนาดใหญ่ ที่บางคนเรียกว่า“ผากล้วยไม้”เพราะลานหินแห่งนี้เป็นหน้าผาที่เต็มไปด้วยกล้วยไม้และดอกไม้ป่าขึ้นอยู่มากมาย อาทิ เอื้องหมายนา เอื้องม้าวิ่ง กระดุมเงิน โดยในช่วงปลายฝนต้นหนาวระหว่างเดือนก.ย.-ต.ค. กล้วยไม้ที่นี่จะออกดอกบานสะพรั่งให้สีสันสดใสทั่วลานหิน
กลุ่มหินรูปร่างประหลาดสามารถจินตนาการไปต่างๆนานาตามแต่ตาเห็นที่บริเวณดงหิน
     สำหรับบริเวณผากล้วยไม้นี้มีเสาหินค่อนน้อย แต่สิ่งที่โดดเด่นในบริเวณผากล้วยไม้ก็คือ ที่นี่คือจุดชมพระอาทิตย์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในเมืองไทย ซึ่งในวันที่ฟ้าเป็นใจ(ช่วงหน้าหนาว)เมื่อมองลงไปจากจุดชมวิวผากล้วยไม้ก็จะเห็นทิวทัศน์ของหมู่บ้านและเขื่อนลำปะทาวท่ามกลางแวดล้อมของขุนเขา ครั้นเมื่อพระอาทิตย์ค่อยๆลาลับขอบฟ้าก็จะเห็นพระอาทิตย์ดวงกลมแดงกลับแสงสีทองส่องต้องบริเวณไปทั่ว โดยในบางมุมจะมีฉากหน้าเป็นเงาของต้นไม้ผลิใบเหลือแต่กิ่งก้านขึ้นแทงฟ้าออกมาจากหน้าผาดูสวยงามไปอีกแบบ
    
     จากจุดเด่นต่างๆของมอหินขาวทำให้ปัจจุบันมีคนเริ่มเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่แห่งนี้มากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนเมื่อมาพบเห็นทุ่งหินประหลาดขนาดยักษ์ ต่างก็มักจะตั้งฉายามอหินขาวให้เป็น“สโตนเฮนจ์ เมืองไทย” เนื่องจากว่ามองดูแล้วมีลักษณะเหมือนกับเป็นน้องๆของสโตนเฮนจ์ อังกฤษ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกไม่น้อยทีเดียว
     * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
    
     มอหินขาว ตั้งอยู่ที่ บ้านวังคำแคน ต.ท่าหินโงม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ถือเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา จากตัวเมืองชัยภูมิเดินทางไปตามเส้นทางสู่น้ำตกตาดโตนประมาณ 18 กม. จากนั้นเจอทางแยกตาดโตน-ท่าหินโงม ให้เลี้ยวซ้ายไปในทางลาดยางขึ้นเขา(12 กม.) ก่อนจะเลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าสู่เส้นทางแจ้งเจริญ-โสกเชือก แล้วไปตามถนนลูกรังอีก 6.5 กม. ก็จะถึงบ้านวังแคน จากนั้นต่อขึ้นเขาไปตามถนนลูกรังอีก 3.5 กม.ก็จะถึงยังมอหินขาว ซึ่งในเส้นทางถนนลูกรังจะมีฝุ่นเยอะมาก
    
     พื้นที่มอหินขาวในปัจจุบันทางจังหวัดชัยภูมิยังไม่ได้เปิดพื้นที่มอหินขาวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ เพราะว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับปรุงทางขึ้น การจัดภูมิทัศน์ การฝึกอบรมไกด์ท้องถิ่น การทำป้ายสื่อความหมาย การทำเส้นทางท่องเที่ยว และการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้พร้อมมากขึ้น
    
     แต่มอหินขาวสามารถขับรถขึ้นไปเที่ยวและพักค้างแรมได้ เพราะลานกว้างไว้ให้กางเต็นท์พร้อมมีห้องน้ำอำนวยความสะดวก ซึ่งผู้สนใจควรสอบถามรายละเอียดก่อนออกเดินทางที่ วันชัย อัครทวีทอง 0-1976-0486 หรือที่ อุทยานแห่งชาติภูแลนคา 0-4481-0902-3
    

 
 
 
 
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9490000010305
 
 
 

Love like fine sand. Grasp it and it will quickly slip through your fingers. Cup it gently and it will fill the voids of your soul as sand seek ti fill the spaces in your hands.
ความรักก็เหมือนเม็ดทราย เมื่อใดที่รีบคว้ามันไว้ เม็ดทรายนั้นจะไหลออกทางร่องนิ้ว. แต่เมื่อค่อยๆประคองมันไว้ มันก็จะอยู่ในมือของคุณ และถ้าคุณทนุถนอมความรัก มันก็อยู่ในทุกช่องว่างในหัวใจ เช่นเดียวกับเม็ดทรายที่อยู่ในกำมือ.

Offline NanoSoftTech

  • NanoSoftTech
  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • Posts: 1,228
  • Karma: 0
    • NanoSoftTech
[SIZE=+2]มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ สิ่งมหัศจรรย์ของเมืองไทย [/SIZE][/U][/B]
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ต.ค. 49 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดชัยภูมิที่อุทยานแห่งชาติ ตาดโตน
จุดมุ่งหมายคือ มอหินขาว หรือสโตนเฮนจ์ของเมืองไทย ประกอบไปด้วยกลุ่มหินขนาดยักษ์ 5 กลุ่มที่ขึ้นมาบนพื้นที่โล่ง
By : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 20:44:40 น. ]
ความเห็นที่ 1

ระยะทางจากอุทยานแห่งชาติ ตาดโตนเข้าไปประมาณ 22 กิโลฯ ตามแผนที่ด้านบนนะครับ แต่ถ้าหากใครเอารถเก๋งไปก็สามารถขับเข้าไปจอดที่วัดแจ้งเจริญและขี่จักรยานเข้าไปต่ออีกประมาณ 10 ก.ม. ก็ได้ เพราะถนนจะเป็นดินลูกรังและรถที่เข้าได้ต้องเป็นรถกระบะหรือออฟโรดเท่านั้น
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 20:53:54 น. ]
ความเห็นที่ 2

สภาพเส้นทางที่ต้องขี่หลังจากจอดรถไว้ที่วัด
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 20:54:37 น. ]
ความเห็นที่ 3

พอดีว่าวันนั้นพายุช้างสารเข้าเป็นวันแรก ฝนจึงตกตลอดทั้งวัน และลมแรงมากๆ
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 20:55:16 น. ]
ความเห็นที่ 4

ทางจะขึ้นๆ ลงๆ พอสมควร ระยะทางประมาณ 10 กม. ก็จะถึง มอหินขาว
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 20:56:19 น. ]
ความเห็นที่ 5

ดูในรูปอาจไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่นะครับ ต้องไปเห็นของจริง ถึงจะรู้ว่าน่ามหัศจรรย์มาก ความสูงของแท่งหินประมาณตึก 3 ชั้นเห็นจะได้
ในภาพนี้เป็นหินกลุ่มแรกจากทั้งหมด 5 กลุ่ม
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 20:57:47 น. ]
ความเห็นที่ 6

หินก้อนที่ใหญ่ที่สุด ที่เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าทุกวันพระจะมีแสงสีเขียวพวยพุ่งออกจากก้อนหินไปตกในตัวเมืองหรืออีกฝากของภูเขา (เหมือนบั้งไฟพญานาค) และจะกลับมาตกที่ก้อนหินอีกครั้งเมื่อผ่านไปหลายชั่วโมง แต่จะเห็นได้เฉพาะผู้มีบุญเท่านั้น ชาวบ้านที่นั่นเห็นกันหลายคนมาก ส่วนพี่เจ้าหน้าที่เขาเคยเห็นเมื่อเดือนก่อนครั้งนึง
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 20:59:32 น. ]
ความเห็นที่ 7

หินก้อนกลางนี้มีรูปร่างเหมือนหน้าคนมากเลยครับ
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 20:59:59 น. ]
ความเห็นที่ 8

เดินต่อไปที่กลุ่มหินกลุ่มที่ 2 ซึ่งอาจขี่จักรยานต่อไปหรือจอดทิ้งไว้ก็ได้ เพราะทางจะเล็กและมีดินโคลนค่อนข้างมาก
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:00:43 น. ]
ความเห็นที่ 9

ทั้งลมทั้งฝนแรงสุดๆ เลยครับ หมอกก็ลงหนามาก เห็นทางข้างหน้าแค่ไม่กี่เมตร
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:01:26 น. ]
ความเห็นที่ 10

ถึงกลุ่มหินกลุ่มที่ 2
หินกลุ่มนี้จะไม่สูงเหมือนกลุ่มแรก และกระจายเป็นวงกว้างค่อนข้างมาก
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:02:05 น. ]
ความเห็นที่ 11

.
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:02:29 น. ]
ความเห็นที่ 12

รูปร่างของหินก็แล้วแต่จะจินตนาการกันไปครับ
อันนี้เขาว่าเหมือนนมสาว

From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:03:07 น. ]
ความเห็นที่ 13

เมื่อกี๊เหมือนนมสาว ส่วนอันนี้เหมือน...
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:03:36 น. ]
ความเห็นที่ 14

จากจุดที่ 2 ถ้าจะเข้าไปหินกลุ่มที่ 3 จะต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางและเดินไปครับ (จริงๆ แล้วบางช่วงมันไม่มีทางด้วยซ้ำ)
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:04:36 น. ]
ความเห็นที่ 15

สภาพทางเดินที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำ สนุกมากครับ
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:05:19 น. ]
ความเห็นที่ 16

ที่นี่ยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ ทางก็ยังทำไม่เสร็จ แต่เชื่อว่าเปิดเมื่อไหร่น่าจะเป็นที่นิยมมากเลยล่ะ
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:06:07 น. ]
ความเห็นที่ 17

เดินทวนน้ำที่ไหลย้อนลงมา
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:06:32 น. ]
ความเห็นที่ 18

ในที่สุดก็ถึงหินกลุ่มที่ 3
ที่นี่จะเป็นดงกล้วยไม้ป่า หลากหลายพันธุ์มากเลยครับ
ภาพที่เห็นเป็นดอกไม้ที่ขึ้นจากมอสบนพื้น
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:07:32 น. ]
ความเห็นที่ 19

กล้วยไม้ เอื้องฟ้า ที่พบอยู่บริเวณหินกลุ่มที่ 3 ค่อนข้างมาก
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:08:08 น. ]
ความเห็นที่ 20

ดอกไม้ใบหญ้ายามฝนตกใหม่ๆ ก็ยังสวย
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:08:44 น. ]
ความเห็นที่ 21

พันธุ์อะไรจำไม่ได้
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:09:07 น. ]
ความเห็นที่ 22

เอื้องฟ้าจิ๋ว
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:09:29 น. ]
ความเห็นที่ 23
ทริปนี้ผมเดินทางไปคนเดียว และติดต่อเจ้าหน้าที่ที่อุทยานให้ช่วยขับรถเข้าไปถึงข้างในให้ ทีแรกกะว่าจะขี่จักรยานจากอุทยานตาดโตนเข้าไป 22 กิโล แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่ไหวครับ เพราะขึ้นเขาเยอะมากและยังขาอ่อนอยู่ ประกอบกับพายุช้างสารเลยทำให้มีลมและฝนตกแรงตลอดการเดินทาง แต่ก็สนุกดีครับ
ครั้งหน้าตั้งใจจะไปอีกครั้ง คราวนี้จะต้องขี่จักรยานเข้าไปให้ได้
สำหรับใครที่อยากขี่จักรยานชมธรรมชาติ และสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองไทยที่เพิ่งถูกค้นพบ ก็ต้องรีบหน่อยนะครับ เพราะอีกแค่ 2 เดือน ถนนจะตัดเข้าไปถึงมอหินขาวแล้ว อาจไม่ได้ลุยทางโหดๆ มันๆ แบบนี้กันอีกแล้วครับ
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:13:44 น. ]
ความเห็นที่ 24
ปล.1 ใครแรงดีจอดรถไว้ที่จุดหมายเลข 14 ในแผนที่ / ใครขาอ่อนก็จอดไว้จุดหมายเลข 6 ในแผนที่
ปล.2 ที่มอหินขาวจะมีเจ้าหน้าที่อยู่บนนั้นเลยกลุ่มหนึ่ง สามารถกางเต๊นท์บนนั้นได้ แต่ไม่มีบ้านพักนะครับ
ปล.3 หน้าหนาวจะสวยมากๆ และหาโอกาสไปช่วงวันพระเผื่อจะได้เห็นแสงสีเขียวที่เขาร่ำลือกัน
From : Buzz [ 7 ต.ค. 49 - 21:19:05 น. ]
ความเห็นที่ 25
น่าสน ครับ แล้วจะติดต่อไปครับ
From : ครับ [ 7 ต.ค. 49 - 23:15:53 น. ]
ความเห็นที่ 26
โอ้โห สถานที่เยี่ยมมากครับ ขอบคุณที่แนะนำนะครับ
From : บ๊ะจ่าง [ 8 ต.ค. 49 - 05:28:48 น. ]
ความเห็นที่ 27


...
From : help [ 8 ต.ค. 49 - 06:19:48 น. ]
ความเห็นที่ 28
สวยมากค่ะ จะนำไปเสนอเพื่อน ๆ เส้นทางน่าสนใจมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆ
From : เสืออุบล [ 8 ต.ค. 49 - 06:30:08 น. ]
ความเห็นที่ 29
สวยมากๆๆอยากไปผมขอไปด้วยได้ไหมครับ
From : lonely freeride [ 8 ต.ค. 49 - 18:42:32 น. ]
ความเห็นที่ 30
มีที่ขี่สวย ๆ พี่มงคล เสืองอแง ชัยภูมิ ไม่เห็นบอกกันมั่งเลย อย่างนี้ต้องขอไปรบกวนซะแ้ล้ว...
From : แอ๊ด สุรินทร์ [ 8 ต.ค. 49 - 19:48:36 น. ]
ความเห็นที่ 31
ขอบคุณครับที่นำภาพบรรยากาศธรรมชาติมาฝากกันแค่ดูยังสดชื่นเลยครับ
From : NTi [ 8 ต.ค. 49 - 21:23:34 น. ]
ความเห็นที่ 32
เยี่ยม สุดยอดครับ เดี๋ยวจะพา"จอยแอนด์แจม"ไปครับ ชอบอยู่แล้วชัยภูมิ อากาศดี

From : โจ้ จอยแอนด์แจม [ 9 ต.ค. 49 - 10:37:39 น. ]
ความเห็นที่ 33
แผนที่ทำได้ละเอียดดีมากครับสวยด้วย จ.จ.จ. จัดเลยครับธันวานะหนาวๆ
หน่อยต่อไปผมจะเขียนเป็นจ.กำลังสามจะได้มีพลังมากๆ
From : จ้อย(ขาใหม่) [ 9 ต.ค. 49 - 11:28:15 น. ]
ความเห็นที่ 34
รอให้ฝนหยุดตกแล้วจะพาทีมมาเยือนนะ มีส้มตำไก่ย่างขายหรือเปล่า พี่สุรศักดิ์ อาปิยะพงษ์เลิกขี่เสือกันแล้วหรือไงหายเงียบเลย รายงานตัวด่วน
From : แม่ อ้อย MtbKhonKaen [ 9 ต.ค. 49 - 12:33:11 น. ]
ความเห็นที่ 35
มอหินขาว_ถึง_ตาดโตน นำทริปโดยเจ้าถิ่นคุณRyder zX
http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=koratbike1&id=382
ฝนตกหน้าปั่นจริงๆคงมันส์สุดๆ และสวยมากๆครับ
From : เสือขี้เหนียว(hs3ue) [ 9 ต.ค. 49 - 18:37:32 น. ]
ความเห็นที่ 36
ก็น่าสนใจดีนะ หากไปจะไปตอนวันพระเผื่อว่าจะมีโอกาสเห็นแสงสีเขียวที่ว่าบ้างแม้จะมีความเป็นไปได้เพียงน้อยนิดก็ตาม
From : tryon [ 10 ต.ค. 49 - 15:28:14 น. ]
ความเห็นที่ 37
เดี๋ยวเจอกัน....น่าสนใจที่สุดๆๆ
From : เสือเพชรบูรณ์ [ 11 ต.ค. 49 - 01:00:30 น. ]
ความเห็นที่ 38
สวยมากครับ
From : ครูติKKB [ 17 ต.ค. 49 - 14:20:50 น. ]
ความเห็นที่ 39
มหัศจรรย์จริง ๆ ภูมิใจเมืองชัยภูมิมาก หินยักษ์คล้ายประตูเมือง หินโขลงช้าง เหมือนช้างอยู่เป็นฝูง เหมือนปลาวาฬก็มี เหมือนจระเข้ยักษ์นอนอาบแดดก็มี บางก้อนเป็นโพรงเหมือนเคยมีใครใช้นั่งทำสมาธิ เห็นแล้วจะตื่นเต้น
From : ลุงดำ [ 12 เม.ย. 50 - 13:41:16 น. ]
ความเห็นที่ 40
ใครสนใจจะไปเที่ยวติดต่อมาได้ที่ sms_nin@hotmail.com
From : . [ 15 พ.ค. 50 - 15:43:09 น. ]
ความเห็นที่ 41
สวยมากๆเลยค่ะบ้านหนูเอง ที่ชัยภูมินะคะ ต.ท่าหินโงม อยู่ในหมู่บ้านวังคำแคนค่ะมาเที่ยวกันเยอะๆนะคะยินดีต้อนรับคะ
From : คนกันเอง_pokky [ 16 ส.ค. 50 - 12:14:15 น. ]
ความเห็นที่ 42
เคยเข้ามาดูครั้งแล้ว สวยมากครับ น่าปั่น จำกระทู้ไม่ได้ ได้ชวนเพื่อนกลุ่มเสือพิมาย(ตะปัน-รังกา)จะมาปั่นแต่นึกชื่อสถานที่ไม่ออก
From : โจ.เสือพิมาย [ 16 ส.ค. 50 - 23:58:49 น. ]
ความเห็นที่ 43
สวยมากค่ะ ไปเที่ยวมาแล้วเหมือนกัน
หนังเรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร (ภาคแรก)ก็มาถ่ายนะค่ะ
อยู่ฉากที่องค์ดำพักค้างแรม ฉากสุดท้ายเลย
ตอนที่เราไปเขาเพิ่งถ่ายไปได้ไม่นาน ยังเห็นร่องรอยการปรับพื้นที่อยู่เลย
ภูมิใจค่ะ เพราะเป็นคนชัยภูมิ
ไปเที่ยวกันเยอะๆนะคะ
From : ชย. [ 28 ส.ค. 50 - 20:24:17 น. ]
ความเห็นที่ 44
เป็นจังหวัดที่มีความสวยงามมากคะ เป็นเด็กชัยภูมิแต่ยังไม่มีโอกาสได้เที่ยวเลยอยากไป
ชื่อเยนะคะ บ้านอยู่ อ.เมืองคะ
From : ณัฐกานต์ กล้าหาญ [ 14 ก.ย. 50 - 12:49:38 น. ]
ความเห็นที่ 45
เที่ยวหน้าฝนหรือหน้าหนาวจะสวยมากเลยค่ะ เคยไปมาหลายรอบตั้งแต่เด็กแล้ว ประมาณ 20 ปีก่อน น่าสนใจมากๆ ต้นไม้เยอะแต่ต้องเดินเท้า เดี๋ยวนี้รถขึ้นไปถึงที่เลยค่ะ กระบะไม่จำเป็นต้องออฟโรด ก็ขึ้นได้ เชิญเลยค่ะ
From : เด็กวังน้ำเขียว [ 17 ก.ย. 50 - 15:11:50 น. ]
ความเห็นที่ 46
งามหลายเมืองชัยภูมิ

From : คนชัยภูมิ [ 12 ต.ค. 50 - 12:31:12 น. ]
ความเห็นที่ 47
งามหลายเมืองชัยภูมิ

From : คนชัยภูมิ [ 12 ต.ค. 50 - 12:31:45 น. ]
ความเห็นที่ 48
งามหลายเมืองชัยภูมิ

From : คนชัยภูมิ [ 12 ต.ค. 50 - 12:32:26 น. ]
ความเห็นที่ 49
น่าสนใจถ้ามีโอกาสได้กลับบ้านจะเอาเสือภูเขาปั่นไปเที่ยวสักครั้ง ฝากความคิดถึงให้พี่หมอจำชื่อแกไม่ได้ที่อยู่หลังธนาคารออมสินและน้องยู้ยี้ด้วยนะครับ
From : อู๋ คลองสี่ (เสือหมอบเหลือง) [ 12 ต.ค. 50 - 21:32:44 น. ]
ความเห็นที่ 50
โครงการน่าสนใจ ถ้ามีโอกาสได้กลับบ้านอยากไปเที่ยวสักครั้ง
From : พัทยา [ 22 ต.ค. 50 - 12:57:09 น. ]
ความเห็นที่ 51
เคยไปมาเเล้วสวยมากๆ เลยค่ะ
From : อมร [ 16 ธ.ค. 50 - 22:05:37 น. ]
ความเห็นที่ 52
เพิ่งไปมาครับ แต่นั่งรถไป เพราะไม่มี จักรยานไว้ปั่น
เขียนไว้ที่นี่ครับ
http://pongroofman.spaces.live.com/blog/cns!C56354B85666A2D0!1160.entry

From : Pingpong [ 30 ธ.ค. 50 - 00:20:04 น. ]
ความเห็นที่ 53
สวยมากจริง ๆ เป็นสิ่งมหัสจรรย์ที่ธรรมชาติบรรจงสร้างมาคู่โลก
มี่โอกาสต้องปั่นไปชมบ้างแล้วล่ะ
From : พงษ์เทพ [ 30 ธ.ค. 50 - 11:15:20 น. ]
ความเห็นที่ 54
สนุกมากๆๆๆๆๆๆเลยครับ
From : เด็กแจ้ง [ 12 ก.พ. 51 - 13:57:20 น. ]
ความเห็นที่ 55
สนุกมากๆๆๆๆๆๆเลยครับ
From : เด็กแจ้ง [ 12 ก.พ. 51 - 13:57:37 น. ]
ความเห็นที่ 56
สวย...งามมากๆครับ มีโอกาส...เสือพานทอง...ของแจมด้วยคน พี่เสือเพรชบูรณ์...สบายดีน่ะครับ ยางที่ให้มายังใส่อยู่น่ะครับ...เก็บไว้เป็นที่ระลึก(ยังไม่มีตังค์)
From : เสือพานทองvsเสือพนัสนิคม [ 13 ก.พ. 51 - 13:13:45 น. ]
ความเห็นที่ 57
ดีใจกับ มอหินขาว ด้วยนะค่ะ ที่ ติด 1 ใน 10 อันดับสูงสุด ของ การโหวต 7 สิ่งมหัศจรรย์ สถานที่ท่องเที่ยว ลองดูได้ที่ www.7wondersthailand.com
From : น้ำตาลทราย [ 28 มี.ค. 51 - 20:21:31 น. ]
ความเห็นที่ 58
ลืมค่ะ... ยังไงก็ช่วย ๆ ๆ ๆ กันเข้าไปโหวตหน่อยนะค่ะ อยากให้มอหินขาว เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ สถานที่ท่องเที่ยวไทยค่ะ www.7wondersthailand.com
From : น้ำตาลทราย [ 28 มี.ค. 51 - 20:27:22 น. ]
ความเห็นที่ 59
สวยมากเลยนะครับขอบอก เพราะผมเป็นคนที่นั้น ขอบอกว่าสวยจริงๆ ใครอยากไปเที่ยว จะให้พาไปก็ได้นะครับเพราะบ้านอยู่น้าวัดบ้านแจงเจริญติดต่อได้นะครับ0896109361คำมูล เทือกอุดจะพักที่บ้านก็ได้นะครับท่าไม่รังเกียดเป็นกันเองครับ ยินดีต้อนรับครับ
From : คำมูล [ 8 มิ.ย. 51 - 22:03:25 น. ]
ความเห็นที่ 60
สวยจริงๆ มาเที่ยวกันเยอะเยอะนะครับ มาช่วงน้าหนาวช่วงเดียน12จะสวยมากเลย และบรรยากาศดีมากจริงๆไม่ต้องไปถึงเชียงใหม่ขอบอก
From : คำมูล เทือกอุด [ 8 มิ.ย. 51 - 22:15:52 น. ]
ความเห็นที่ 61

สวยงามมากครับ(รวมสาวชัยภูมิด้วย) ขอให้ช่วยกันดูและอนุรักษ์ หากมีการพัฒนาให้ดีขึ้น (แต่แค่นี้ก็เหมาะสมแล้ว)เก็บเงินบ้างก็ไม่ว่ากันแต่อย่าให้ดูทุเรศเหมือนที่ลำปะทาวเมื่ปี47นะครับ
From : เขยชัยภูมิ [ 12 มิ.ย. 51 - 10:25:00 น. ]
ความเห็นที่ 62
สวยงามมากๆเลยครับ
From : เสือหอบ [ 12 มิ.ย. 51 - 14:05:43 น. ]
ความเห็นที่ 63
สวยมากๆ เคยเห็นรูปแต่ไม่ได้บอกรายละเอียด ตามหามาตั้งแต่ปี50 ต้องไปให้ได้
จากคนชอบเที่ยว
From : . [ 18 มิ.ย. 51 - 12:52:49 น. ]
ความเห็นที่ 64

เอาซีเดียไปพิชิตมาแล้ว สุดยอด คุ้มค่าจริง ๆ
From : ขาแทง [ 24 มิ.ย. 51 - 21:58:05 น. ]
ความเห็นที่ 65

ไม่ต้องออฟโรด ก็พอได้ ถ้าใจถึง ครับ มือต้องถึงด้วยครับผม
เอาซีเดียไป พิชิตมา สุดยอดจริง น่านอนข้างบนซักคืน น่าหนาวคงดีมาก มีที่กางเต้นด้วย
น้อยคนที่เคยไป ลองดูครับ
From : ขาแทง [ 24 มิ.ย. 51 - 22:05:09 น. ]
ความเห็นที่ 66

กำลังจะไป
From : ม.ม. [ 12 ก.ค. 51 - 11:18:02 น. ]
ความเห็นที่ 67
ต้องหาโอกาสไปให้ได้...คิดว่าตอนนี้ถนนหนทางคงจะดีแล้วใช่ไหมคะ...ถ้าไปจะเก็บรูปมาฝากทุกคนนะคะ...(สาวชัยภูมิจ้า)
From : สาวชัยภูมิจ้า [ 17 ก.ค. 51 - 20:33:18 น. ]
ความเห็นที่ 68
คนใกล้ มอหินขาว
มาชมคับ รับรอง ความสวย
From : บาส [ 22 ก.ค. 51 - 18:59:41 น. ]
ความเห็นที่ 69

ผมก็ไปมาเหมือนกัน วันเข้าพรรษา ข้างบ้านผมเอง

From : เล็ก ช.ย [ 23 ก.ค. 51 - 19:27:37 น. ]
ความเห็นที่ 70

From : 3จุด [ 24 ก.ค. 51 - 10:13:19 น. ]
ความเห็นที่ 71

From : 3จุด [ 24 ก.ค. 51 - 10:14:18 น. ]
ความเห็นที่ 72

น่าขึ้นไปกางเต้นท์นอนข้างบนสักคืน ในคืนเดือนหงาย
From : 3จุด [ 24 ก.ค. 51 - 10:15:45 น. ]
ความเห็นที่ 73
สวยมากไปมาแล้ว
From : สาวขี้ดือ [ 18 ส.ค. 51 - 10:49:40 น. ]

 
 
 
 
 
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=111368
 
 [/table]

Love like fine sand. Grasp it and it will quickly slip through your fingers. Cup it gently and it will fill the voids of your soul as sand seek ti fill the spaces in your hands.
ความรักก็เหมือนเม็ดทราย เมื่อใดที่รีบคว้ามันไว้ เม็ดทรายนั้นจะไหลออกทางร่องนิ้ว. แต่เมื่อค่อยๆประคองมันไว้ มันก็จะอยู่ในมือของคุณ และถ้าคุณทนุถนอมความรัก มันก็อยู่ในทุกช่องว่างในหัวใจ เช่นเดียวกับเม็ดทรายที่อยู่ในกำมือ.

  Print  
 
 

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 2.0 RC3 | SMF © 2006–2010, Simple Machines LLC

Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM
Page created in 0.376 seconds with 20 queries.